อ่านๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆจ้าว
การเตรียมตัวในครั้งนี้เพื่อนๆควรที่จะต้องเริ่มทบทวนบทเรียน และติวเข้มกันตั้งแต่วันนี้แล้วนะค๊ะ เพื่อจะได้เข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยที่เพื่อนๆใฝ่ฝันได้จร้า.. มาดูกันเลยดีกว่า เคล็ดลับที่ [ไม่] ลับกันอีกต่อไปจ๊ะ...
มีนาคม - เดือนนี้เป็นเดือนแห่งการพักผ่อนหรือถ้าใครไม่อยากหยุดพักก็ไปเรียนพิเศษตามแต่ความสมัครใจ แต่ถ้าให้ดีก็แนะนำให้หาข้อมูลและศึกษาคณะที่เราอยากจะเรียน คุยกับพ่อแม่ให้รู้เรื่อง แล้วชาร์ตพลังเตรียมตะลุยอ่านหนังสือ
เมษายน - ใครหลายคนคงจะเรียนพิเศษกันอย่างแน่นเอี๊ยด แต่ถ้าใครไม่ได้เรียนก็แนะนำให้อ่านหนังสือในวิชาที่ถนัดมากที่สุดก่อน
พฤษภาคม - หลายโรงเรียนเปิดเทอมในเดือนนี้ ช่วงต้นเดือนยังไม่ค่อยมีการบ้าน ทางที่ดีควรทำแฟ้มประวัติผลงานให้เสร็จเผื่อต้องใช้ยื่นในมหาวิทยาลัยที่ไหนสักแห่ง (หรือจะให้เสร็จตั้งแต่ปิดเทอมได้เลยก็ยิ่งดีเข้าไปใหญ่)
มิถุนายน - เรียนตามปกติในโรงเรียน+เริ่มหยิบหนังสือของชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 มาทบทวน แนะนำว่าให้ทำโน้ตสั้นๆ เอาแบบที่เราเข้าใจได้ง่ายและสะดวกที่จะพกพา เพราะการทำโน้ตเป็นการทบทวนสิ่งที่เราเรียนได้เป็นอย่างดี
กรกฎาคม - ยังอ่านหนังสือของมัธยมศึกษาปีที่ 4 เหมือนเดิม อาจจะอ่านเพิ่มไม่ได้เพราะเดือนนี้การบ้านเยอะ
สิงหาคม - เริ่มหาข่าวการศึกษา+เข้าห้องแนะแนว+เริ่มอ่านหนังสือของชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
กันยายน - อ่านหนังสือของชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 อย่างจริงจัง ช่วงนี้จะมีการสอบตรงและโควตามามากมาย แนะนำให้เข้าห้องแนะแนวบ่อยๆ หรือไม่ก็เปิดดูตามเว็บไซต์การศึกษา+สมัครสอบตรงและโควตา
ตุลาคม - ช่วงนี้อ่านหนังสือของชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 อย่างจริงจังประกอบกับอ่านเน้นหนักในวิชาที่จะสอบตรงหรือโควตาต่างๆ (แนะนำว่าให้อยู่ติดกับบ้าน) เดือนนี้ไม่เหมาะที่จะเรียนพิเศษสำหรับคนที่จะสอบตรงหรือโควตาเพราะการออกไปข้างนอกบ่อยๆ จะทำให้เราไม่มีเวลาทบทวนหรืออ่านหนังสือได้อย่างเต็มที่ แม้การเรียนพิเศษจะช่วยให้เรามีเทคนิคดีๆ ในการจำข้อสอบ แต่ถ้าเราไม่มีเวลาทบทวนเรื่องที่เรียน การเรียนพิเศษก็เท่านั้น แต่ถ้าใครไม่ได้มีสอบตรงหรือโควตาก็เรียนไปเลยตามสบาย แต่ข้อสำคัญคือต้องทบทวนในสิ่งที่เรียนให้มามากๆ
พฤศจิกายน - เดือนนี้ยังอยู่ในช่วงแห่งการสอบตรงและโควตา แนะนำว่าให้นั่งสมาธิเพื่อให้จิตใจสงบและหมั่นทำบุญเยอะๆ แต่ถ้าใครที่ทำเป็นประจำอยู่แล้วยิ่งดีเข้าไปใหญ่ เดือนนี้ลองไล่ลำดับคณะและมหาวิทยาลัยที่เรียนและลองนำไปปรึกษาพ่อแม่หรือคุณครูอีกครั้ง ถ้าไม่มีปัญหาอะไรก็หาโจทย์มาฝึกทำเยอะๆ เพราะเดือนนี้ทุกคนก็น่าจะอ่านหนังสือกันจบหมดแล้ว ^^
ธันวาคม - ช่วงปลายปีเริ่มเหนื่อยแล้ว ลองหากิจกรรมสนุกๆ หรือกิจกรรมที่ชอบทำเพื่อเป็นการพักผ่อนร่างกายและเตรียมรับกับปีใหม่ที่จะมาถึง แต่ถ้าหายเครียดแล้วก็หาโจทย์มานั่งทำเล่นๆ เพื่อเป็นการทดสอบตัวเองและหาจุดที่ยังไม่เข้าใจ เราจะได้มีเวลาในการศึกษาเพิ่มเติมหรือสอบถามคุณครูได้ทันท่วงที
มกราคม - เตรียมร่างกาย+หัวใจให้พร้อม เดือนนี้ก็อ่านหนังสือและไล่ทำแบบฝึกหัดไปเรื่อยๆ ไม่ต้องเครียดอะไรมาก ก็เราอ่านจบแล้วนี่! สำหรับใครที่คิดจะมีแฟนเดือนนี้ แนะนำเลยว่าอย่าเพิ่งมีจะดีกว่า เพราะอะไรๆ ก็ยังไม่แน่นอน รอให้ติดมหาวิทยาลัยก่อน แล้วจะหาเพื่อนคู่ใจสักคนก็ยังไม่สาย
กุมภาพันธ์ - ถามตัวเองอีกครั้งว่าเราทุ่มเทอ่าหนังสือมากมายเพื่ออะไร เพื่อการสอบ O-Net และ A-Net ใช่มั้ย? ฉะนั้น แนะนำว่าสองอาทิตย์ก่อนการสอบ อย่าเพิ่งเปิด MSN หรือ Hi5 ถ้าจะใช้อินเทอร์เน็ตก็ขอให้หาข้อมูลการศึกษาจะดีที่สุด ช่วงห้าวันสุดท้ายก่อนสอบ แนะนำว่าให้ปิดโทรศัพท์หรือบอกแฟนและเพื่อนไว้เลยล่วงหน้าว่าจะไม่รับโทรศัพท์จากใครทั้งสิ้น เพราะการพูดคุยกับเพื่อนหรือแฟนบางครั้งอาจจะทำให้เรารู้สึกไม่สบายใจและกังวลใจจนอาจจะพลอยทำให้การสอบของเราไม่ดีตามที่หวัง วันสุดท้ายก่อนสอบ แนะนำว่าให้ไปซื้อพวงมาลัยมาไหว้พ่อแม่และขอให้ท่านอโหสิกรรมกับสิ่งที่เราทำไม่ดีหรือเคยทำให้ท่านไม่พอใจ พร้อมทั้งขอให้ท่านช่วยอวยพรให้เราในการสอบในวันพรุ่งนี้
เมื่อวันสอบมาถึง…
ตื่นแต่เช้า ตักบาตร (ด้วยก็จะดีมาก) ทานข้าวให้อิ่ม ยิ้มแย้มและร่าเริง ตรวจเช็ดอุปกรณ์เครื่องเขียนและบัตรเข้าห้องสอบ แนะนำว่าให้เดินทางไปถึงสถานที่สอบก่อนเวลาจริงให้มากๆ เผื่อมีการผิดพลาดอะไรจะได้แก้ไขได้ทัน ทางที่ดีหาเบอร์ของสทศ. ไว้ในโทรศัพท์ด้วยก็จะดีมาก ก่อนเข้าห้องสอบ สูดลมหายใจลึกๆ แนะนำว่าไม่ต้องหยิบตำราเรียนมาอ่าน เพราะการอ่านหนังสือในช่วงเพียงไม่กี่นาทีก่อนสอบจะทำให้เราลนว่าสิ่งที่อ่านมาจะออกหรือไม่ และที่แย่ไปกว่านั้นจะทำให้เราขาดสมาธิในการทำข้อสอบ สิ่งสุดท้ายคือ ยิ้มรับกับความสามารถของตัวเองอย่างจริงใจ เพราะคะแนนที่ออกมาคือความพยายามทั้งหมดของเรา
การสอบแอดมิชชั่นเป็นเพียงบันไดขั้นที่สองที่สามของเราเท่านั้น แต่การที่จะก้าวไปให้สูงถึงความสำเร็จได้ จำต้องมีองค์ประกอบอีกหลายอย่าง ถ้าเราทำดีที่สุดแล้ว แต่เราก็ยังไม่สามารถเดินตามเส้นทางแห่งความฝันเพื่อมุ่งสู่ความสำเร็จได้โดยทางตรง ก็ขอให้เราจงคิดที่จะเดินทางอ้อมเพื่อไขว่คว้าความฝัน และวันนั้น…ความสำเร็จที่รอคอยก็จะอยู่ไม่ไกลเกินมือของเรา เป็นกำลังใจให้ทุกคนค่ะ…
..............................................................................
วันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552
เทคนิคการเตรียมตัวก่อนสอบ
1. ตั้งใจให้แน่วแน่ว่าต่อไปนี้เราจะทำอะไร
2. แบ่งเวลาในการทบทวนบทเรียนให้มากขึ้นกว่าเดิม
3. พักผ่อนให้เพียงพอเพื่อที่ร่างกายจะได้พักอย่างเต็มที่
4. อย่าหักโหมมากเกินไป จะทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย ไม่พร้อมทุกอย่าง
5. หากำลังใจหรือตั้งรางวัลให้กับตนเองว่าถ้าทำสำเร็จจะได้อะไรเป็นสิ่งตอบแทน
6. พักผ่อนให้เต็มที่ก่อนสอบ 1 วัน หลังจากที่เราอ่านมามากแล้วควรพักสมองเตรียมพร้อมสอบ
1. ตั้งใจให้แน่วแน่ว่าต่อไปนี้เราจะทำอะไร
2. แบ่งเวลาในการทบทวนบทเรียนให้มากขึ้นกว่าเดิม
3. พักผ่อนให้เพียงพอเพื่อที่ร่างกายจะได้พักอย่างเต็มที่
4. อย่าหักโหมมากเกินไป จะทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย ไม่พร้อมทุกอย่าง
5. หากำลังใจหรือตั้งรางวัลให้กับตนเองว่าถ้าทำสำเร็จจะได้อะไรเป็นสิ่งตอบแทน
6. พักผ่อนให้เต็มที่ก่อนสอบ 1 วัน หลังจากที่เราอ่านมามากแล้วควรพักสมองเตรียมพร้อมสอบ
กลเม็ดถึงน้องๆ ที่กำลังเตรียมตัวก่อนสอบ
//เวลาอ่าน อย่าอ่านกลับหัว เพราะจะอ่านแทบไม่ออก
//เวลาอ่าน อย่าอ่านกลับหัว เพราะจะอ่านแทบไม่ออก
//อ่านหนังสือ ควรห่างเตียงนอน อย่างน้อย 15 ม.
//วิชาพุทธศาสนา ไม่จำเป็นต้องอ่านไปทำสมาธิไป
//ควรฝึกอ่านโจทย์ ก่อนอ่านคำตอบ
//อ่านจากซ้ายไปขวา อย่าริอ่านนอกเหนือจากนี้เด็ดขาด
//อย่าอ่านหนังสือ เล่มหนาในคราวเดียวกัน(เพราะมักถูกนำไปทำเป็นหมอน)
//ใช้มือข้างที่ถนัดทุกครั้งในการทำข้อสอบ
//ฝึกทำโจทย์มากๆ ฝึกทำจำเลยน้อยๆ
//ในทำนองเดียวกันหัดตีโจทย์ มากกว่าทำร้ายจำเลย
//วิชาที่ต้องท่อง ไม่จำเป็นต้องเตรียมกระดาษทด
//การอ่านควรอ่านในใจ อย่าเสียงดัง กรุบๆกรับๆ(มันทานขนมไปด้วย อ่ะ)
//เช็คนาฬิกาปลุกทุกครั้ง เมื่อใกล้สอบ
//การจับเวลาในการสอบ ไม่เหมือนจับเวลาที่ซ้อมวิ่งแข่ง
//เป็นมิตร กับทุกคนเมื่อออกจากห้องสอบ
//ไม่ทุจริตในการสอบเด็ดขาด ถ้าโอกาสไม่เอื้ออำนวย
//ในห้องสอบไม่มีความว่า เพื่อน หรือ กิ๊ก
//สุดท้ายคือ การยอมรับผลการสอบ และความจริงที่ปรากฎ
วันเสาร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2552
วันศุกร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2552
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)



